[KHR] Fic - - Favoured Love Sign 「D18」
posted on 13 Feb 2008 20:07 by psychologist-cooเหตุการณ์ที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องแต่ประการใด.....
Title: Favoured Love Sign
Pairing: Dino x Hibari Kyoya
Rate: PG-13
.....ดาดฟ้าของโรงเรียนนามิโมริ.....
ที่นั่น..... กรรมการรักษาระเบียบคนหนึ่งกำลังหัวเสียอย่างมาก
ทั้งเรื่องที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน... และเรื่องที่กำลังจะมีขึ้นในอีก 2 วันให้หลัง
นัยน์ตาสีรัตติกาลส่งผ่านความขุ่นเคืองไปยังท้องฟ้าสีครามเบื้องบน
ปุยเมฆขาวดุจสำลีที่ลอยระล่องอยู่เอื่อย ๆ ไม่ได้ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ในตอนนี้นัก
ฮิบาริเดาว่าแม้แต่เจ้านกสีเหลืองทองก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกไม่พอใจนี้ มันบินขึ้นจากที่นอนประจำของมัน ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากเรือนผมสีเดียวกับดวงตาของร่างที่ทอดกายอยู่บนพื้นแข็ง ๆ ของดาดฟ้า หากแต่น้ำเสียงที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปาก กลับไม่สะท้อนถ้อยความสลักสำคัญอะไร มีเพียงหนึ่งพยางค์ที่อัดแน่นไปด้วยความหงุดหงิดเท่านั้น
"ชิ"
ขณะเดียวกัน ความทรงจำอันไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนักก็พลันผุดขึ้น.....
บ่ายแก่ ๆ ของวันหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเขาจำไม่ได้ว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ เนื่องจากปฏิทินไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าการได้ขย้ำใครสักคนให้ตายคามือ
ฮิบาริทอดกายอยู่ ณ ตำแหน่งเดียวกับวันนี้ สองแขนหนุนศีรษะให้สูงจากพื้นเล็กน้อย เสื้อตัวนอกถูกใช้เป็นผ้าปูนอนอย่างไม่ตั้งใจ
เขาคงได้เข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมบทเพลงขับกล่อมที่บรรเลงโดยสายลมไปแล้ว หากไม่มีเสียงของผู้ไม่พึงปรารถนาจะพบหน้าในเวลาสงบสุขเช่นนี้
"เคียวย้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
แม้ไม่ลืมตาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงใคร ที่ผ่านมาเจ้านี่เป็นคน ๆ เดียวที่อาจหาญเรียกชื่อจริงของเขา
อย่างไรก็ตาม 'การได้พบหน้า' มันฟังดูเข้าท่ากว่า การได้พบหน้าที่พ่วงส่วนขยาย 'ในระยะประชิด' เป็นไหน ๆ
ชั่วเสี้ยววินาทีที่ลืมตา ใบหน้าของทั้งคู่ก็ห่างกันเพียงครึ่งคืบ ฮิบาริพบว่าตัวเองกำลังมองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลสดใส และปล่อยให้ลมหายใจอุ่น ๆ รดใบหน้าอยู่นาน...
กว่าจะรู้สึกตัว... ดีโน่ก็ขยับห่างออกมาเล็กน้อย และนั่งลงข้าง ๆ ด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ ผิดกับเขาที่ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างไม่สบอารมณ์
"ปล่อยให้คนอื่นเข้าใกล้ขนาดนี้ได้ยังไง" น้ำเสียงนั้นจริงจังเกินกว่าที่เขาจะเชื่อว่ามันออกมาจากปากของดีโน่ "ไม่ระวังตัวเลยนะเคียวยะ"
ฮิบาริไม่ตอบอะไร มันอาจจะเป็นความคิดชั่ววูบที่ว่าควรปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อจนจบ แล้วรีบ ๆ กลับไปซะ
"ถ้าเกิดเป็นศัตรูขึ้นมาล่ะ"
เขาไม่ยักกะจำได้ว่านับเจ้าม้าพยศนี่เป็น'มิตร'
"ดังนั้น เราต้องไปฝึกกัน" ดีโน่หันมาทางอีกฝ่ายที่จ้องตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ตามฉันมา เคียวยะ"
"ไม่ฝึกที่นี่หรือ" ฮิบาริถามขึ้นในที่สุด เจ้าบ้านี่มันไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ แถมยังจะลากเขาไปที่อื่นอีกงั้นหรือ
"ไม่" อาจารย์สอนพิเศษที่ไม่เคยได้รับความเคารพจากลูกศิษย์ตอบ พลางสั่นศีรษะ "เราจะไม่สู้กัน"
"ขอผ่าน" เอ่ยบอกเรียบ ๆ ก่อนจะถูกคว้าข้อมือไว้ เมื่อเขาทำท่าจะล้มตัวลงนอน
"งั้นก็คงต้องใช้กำลังพาไป"
แส้คู่ใจอยู่บนมือของม้าพยศ เช่นเดียวกับทอนฟาที่ฮิบาริกระชับไว้แน่น
"ไหนว่าจะไม่สู้กันไง"
แทนคำตอบ เกลียวแซ่ได้ฟาดลงบนต้นคอเจ้าของคำถาม ภาพรอยยิ้มพรายที่ผุดขึ้นบนกรอบหน้าที่ล้อมรอบด้วยเรือนผมสีทองประดุจฟิล์มช่วงสุดท้ายอันพร่าเลือน ก่อนที่หนังจะฉายจบลง.....
ที่นี่..... มันที่ไหนกันนะ
คำถามแรกผุดขึ้นในหัวของผู้ที่ถูกบังคับพาตัวมายังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย นัยน์ตาสีฟากฟ้ายามรัตติกาลปรับให้ชินกับแสงสว่าง เสียงทักทายอย่างอารมณ์ดีต่างจากคนที่พร้อมจะส่งใครแถวนี้ไปเยือนยมโลกอยู่รอมร่อเรียกให้อีกฝ่ายหันมาพบคาบัคโรเน่บอสรูปโฉมใหม่
"ตื่นแล้วหรือเคียวยะ"
ฮิบาริกระพริบตาถี่ ๆ อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้ตาฝาดไป
ดีโน่ในคราบช่างทำเบเกอรี่ กำลังขลุกอยู่กับหม้อบนเตาอย่างตั้งอกตั้งใจ
"กลิ่นหอมใช่ไหมล่ะเคียวยะ นี่น่ะเป็นช็อคโกแลตจากอิตาลีเลยนะ"
เมื่อมองลงไปในหม้อ เขาก็ไม่เห็นว่าของเหลวสีน้ำตาลนั่นต่างจากที่มีในญี่ปุ่นตรงไหน
"แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม"
"มาฝึกยังไงล่ะ" ดีโน่ตอบแทบจะในทันที "รู้ไหมว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญแล้ว"
วันสำคัญ? คงไม่ใช่เรื่องไร้สาระของพวกมาเฟียอีกหรอกนะ
"ฉันคิดว่ายังไงเคียวยะคงจะไม่ให้ช็อคโกแลตฉันแน่ ๆ ก็เลย..."
"พามาฝึกทำของงี่เง่าพรรค์นี้น่ะหรือ"
"ก็... อย่างน้อย ถ้าฝึกด้วยกัน ฉันจะได้มีโอกาสลองชิมช็อคโกแลตที่เคียวยะ..."
พลั่ก !!
ไม่ทันได้พูดจนจบประโยค ฮิบาริก็ประเคนทอนฟาลงบนศีรษะของอีกฝ่ายเป็นการตอบแทนที่พาเขามาเสียเวลานอนพักผ่อนอันมีค่า
"เฮอะ! ของพรรค์นั้นน่ะ จะใครทำก็ไม่ต่างกันหรอกน่า"
ตัวเองก็ทำกินเป็น... แล้วจะให้คนที่ทำไม่เป็นมาทำให้เพื่ออะไร
ฮิบาริคิดพลางก้าวผ่านร่างที่หมดสติไป
"เรื่องนั้นน่ะไม่จริงหรอกครับ" เสียงของโรมาริโอ้ที่รีบปราดเข้ามาดูอาการของบอสตนเรียกให้คนที่กำลังจะจากไปหยุดชะงัก "ของที่ได้รับจากคนสำคัญย่อมพิเศษกว่าเป็นไหน ๆ"
คนสำคัญ..... พิเศษกว่า.... หมายถึงอะไร
"แม้ว่าบอสจะได้รับช็อคโกแลตจากผู้คนมากมาย แต่ก็มีหลายต่อหลายครั้งที่มาจากผู้ไม่ปรารถนาดี"
แล้วคนที่สู้กับหมอนั่นจนปางตายตั้งแต่แรกพบนี่นับเป็นผู้ปรารถนาดีรึไง
"ดังนั้นจึงไม่แปลกหรอกครับ ที่บอสอยากได้รับช็อคโกแลตจากคนที่บอสคิดว่าพิเศษกว่าใคร ๆ..."
พิเศษกว่าใคร ๆ?
"...อย่างคุณ"
ฮิบาริในเวลาปัจจุบันลุกพรวดขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนเจ้านกสีทองที่กำลังขับขานเพลงประจำสถาบันอันน่าเกรงขามร้องเพี้ยนขึ้นมาด้วยความตกใจ
"สีเขียวขจีนามิโมริ ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก พอประมาณก็ดีแว้ก!!"
"ก็ดีแล้ว" เสียงพึมพำแก้ไขให้หลุดออกมาจากผู้ที่ยังจมอยู่ในภวังค์ความคิด เขาน่าจะอัดมือขวาปากพล่อยของเจ้าม้าพยศให้สาสมกับที่มันทำให้เขาต้องมาหงุดหงิดแบบนี้แท้ ๆ แต่ปัญหาคือ ถ้าตอนนั้นมันจบชีวิตไป อาจารย์สอนพิเศษที่ขาดลูกน้องแล้วปัญญาอ่อนของเขาก็อาจต้องหมดลมหายใจตามไปเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเองก็เป็นได้
"ดอกซากุระร่ายรำยามร่วงหล่นลงบนฝ่ามือที่ว่างเปล่าของฉัน..."
ช็อคโกแลตจากคนพิเศษงั้นหรือ...
"...ไม่จีรัง อ่อนโยน แต่บอบบาง ดอกไม้นี้คล้ายกับคุณ..."
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่สรุปแล้ว เจ้าบ้านั่นมันอยากได้ช็อคโกแลตจากฮิบาริ เคียวยะใช่ไหม
งั้นก็ให้รู้กันไปสิว่า คนอย่างเขาจะกลัวอะไรกับแค่เดินเข้าไปในร้านขนมหวานของพวกสัตว์กินพืชน่ะ...
หลังจากที่ปล่อยให้เจ้านกประสานเสียงมาตลอดทาง ฮิบาริก็มาหยุดอยู่ใกล้ ๆ ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแต่ลูกค้าที่เป็นเด็กผู้หญิง
และถ้าตาของเขาไม่ได้ฝาดไป ท่ามกลางหมู่สาว ๆ เหล่านั้น มีเจ้าบ้าผมเงินที่ชอบพกระเบิดยืนเลือกช็อคโกแลตอยู่ด้วย
"เอ... ของรุ่นที่ 10 เอาอันไหนดีนะ" โกคุเทระบ่นพึมพำอย่างไม่สนใจเสียงกระซิบกระซาบของคนอื่น ๆ
นี่ถ้าเป็นเขายืนอยู่ ณ ตำแหน่งนั้น.....
โดยไม่เสียเวลาจินตนาการไปมากกว่าเสี้ยววินาที ฮิบาริตัดสินใจหันหลังกลับทันที
ยังไงพรุ่งนี้ ก็ยังไม่ใช่วันที่ 14 กุมภาซะหน่อย
.....ห้องเรียนห้องหนึ่งของโรงเรียนนามิโมริ.....
ที่นั่น..... กรรมการรักษาระเบียบคนหนึ่งกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแบบที่ไม่ใช่นิสัยของเจ้าตัว
มันช่วยไม่ได้ที่เขายังไม่มีช็อคโกแลต แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญขนาดที่ต้องให้คำพูดของเจ้าแว่นบ้านั่นตามไปหลอกหลอนจนทำให้เขาไม่เป็นอันหลับอันนอน
นี่เขากำลังคิดสั้นไปหรือเปล่านะ ที่รู้สึกว่าไม่น่าพลาดการฝึกครั้งนั้นเลย
เพราะถ้าซื้อช็อคโกแลตสำเร็จรูปไม่ได้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำขึ้นมาเอง
ฮิบาริพลิกตำราทำอาหารวิชาคหกรรมไปยังหน้าที่ต้องการ ก่อนจะเริ่มจดรายการเครื่องปรุงที่จำเป็น...
แล้วในบ่ายวันนั้น คนที่ห้างสรรพสินค้าก็ต้องแปลกใจเมื่อพบเด็กหนุ่มที่พยายามหลีกเลี่ยงความสนใจจากคนรอบข้าง โดยการก้าวฉับ ๆ ไปหยิบของที่ต้องการโยนลงตะกร้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันคงจะน่าสนใจน้อยลงมากกว่านี้ หากเจ้าตัวไม่ทำเช่นนั้นลงไปในท่าทางเดียวกันกับตอนที่ถือทอนฟาไปเรียกเลือดจากหัวใครสักคน
จนในที่สุด ครั้นความอดทนสุดท้ายต่อสายตาและเสียงกระซิบกระซาบจากพวกสัตว์กินพืชวอนตายทั้งหลายขาดสะบั้นลง
สงครามนองเลือดครั้งยิ่งใหญ่ก็ถูกเปิดฉากขึ้นฉลองวาเลนไทน์อีฟ...
หลังจากกลับมาถึงห้องครัว ฮิบาริต้องใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ แล้วจึงโยนอุปกรณ์ที่จำเป็นออกมาจากตู้เก็บของและเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมสำหรับบทเรียนวิชาคหกรรมในค่ำคืนนี้
ทว่า..... เวลาสำหรับการพยายามเพื่อใครสักคนช่างผ่านไปเร็วนัก...
ปริมาณช็อคโกแลตในถาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่วัตถุดิบเริ่มร่อยหรอลงไปทุกที
ใช่ว่าผลงานที่ออกมาจะรสชาติเหลือรับประทาน หากแต่ไม่ว่าตั้งใจแกะช็อคโกแลตจากพิมพ์แค่ไหน สิ่งที่ได้... กลับไม่ต่างไปจากก้อนกรวดสีน้ำตาลเท่านั้น
ฮิบาริยืนจ้องนกตัวเล็กที่บัดนี้กำลังหลับอย่างเป็นสุข หลังได้มื้อค่ำเป็นขนมหวานฝีมือเจ้านาย เขานึกอิจฉามันอยู่บ้าง ที่ไม่ต้องอดหลับอดนอน ไม่ต้องทนต่อความรู้สึกอยากอาละวาด และไม่ต้องมาใส่ใจกับสิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นหนึ่งในบรรดาเรื่องงี่เง่าที่สุดในชีวิต ซึ่งมีเหตุผลที่ทำให้ละทิ้งไปไม่ได้ที่ไร้สาระเสียยิ่งกว่า
ก็แค่..... ไม่อยากเห็นเจ้าบ้านั่นทำหน้าผิดหวัง.....
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอผ่านม่านหน้าต่างมาปลุกเจ้านกน้อยจากห้วงนิทรา... มันค่อย ๆ ขยับปีกตรงไปทางคนที่กำลังบรรจงเคาะของอย่างเดียวกับที่ใช้เป็นอาหารนกเมื่อคืนออกจากถาดสำหรับใช้ทำน้ำแข็งที่เจ้าตัวหยิบออกมาจากตู้เย็นเพื่อใช้แทนแม่พิมพ์ ซึ่งถูกส่งไปกองเป็นเศษขยะรวมกับอุปกรณ์แตกร้าวอื่น ๆ
"ในที่สุด... ก็เสร็จซะที"
.....หน้าประตูโรงเรียนนามิโมริ.....
ที่นั่น..... กรรมการรักษาระเบียบคนหนึ่งกำลังหยุดมองภาพเบื้องหน้าเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
เพราะถึงจะเป็นวันที่ 14 กุมภา ก็ใช่ว่าทางโรงเรียนจะอนุมัติให้เตรียมของประดับที่ผลาญงบประมาณเช่นนี้
ดอกกุหลาบขาวบริสุทธิ์จำนวนมากถูกจัดเรียงเป็นสองฝากของทางเดินที่นำไปสู่อาคารเรียน
มันทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าตัวการของเรื่องนี้ไม่ใช่ใครอื่น...
หากแต่เป็นเจ้าคนที่สามารถทำอะไรแบบคนเสียสติได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงจูงใจใด ๆ นอกจากการไล่ลูกน้องให้พ้นจากสายตา.....
หนทางที่ขนาบข้างด้วยดอกกุหลาบยังคงทอดยาวไปตามทางที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ที่บานประตูอันเป็นจุดสิ้นสุดของแนวเดินซึ่งราวกับถูกจัดวางไว้เพื่อเชื้อเชิญนั้น คือห้องที่คิดว่ามีใครสักคนมารออยู่ก่อนแล้ว.....
มือข้างที่ไม่ได้ถือถุงพลาสติกผลักเข้าประตูเข้าไป ฮิบาริพบว่าห้องทำงานของเขาได้รับการประดับประดาด้วยดอกกุหลาบ ที่อยู่เบื้องหลังโต๊ะของกรรมการรักษาระเบียบคือต้นตอของการเนรมิตโรงเรียนให้กลายเป็นสวนดอกไม้ขนาดย่อม และที่ยืนถือหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้อยู่ตรงมุมห้องคือลูกน้องคนสนิทของมาเฟียที่ริอาจเป็นสาเหตุให้เขาไม่ได้นอนเกือบสองคืนติดกัน
"อรุณสวัสดิ์นะเคียวยะ" อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะได้คาดโทษอะไร คนที่เตรียมจะเข้าไปประเคนทอนฟาให้ตัวเองหายจากอาการง่วงงุน จึงหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของเรือนผมสีทองที่ดูพักผ่อนมาเพียงพอกว่าจะละเมอคำพูดชวนให้เรียกเลือดออกจากหัว
"ฉันว่าเคียวยะคงจะไม่พูดคำที่ฉันอยากได้ยิน"
เขาคิดผิด... นี่เจ้าม้าพยศคงจะยังไม่ตื่นแน่ ๆ
แล้วคำที่อยากได้ยินงั้นหรือ... ใครจะไปรู้เล่าว่าคืออะไร
"แล้วฉันก็อยากขอโทษที่วันนั้นบังคับให้เคียวยะไปทำเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบ"
ใครว่าไม่ชอบ... ออกจะเกลียดเลยด้วยซ้ำ...
แต่ตอนนี้ความรู้สึกแบบนั้นแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว...
ก็หลังจากพยายามมาตลอดทั้งคืน...
"เลยอยากให้ดอกกุหลาบกับเคียวยะ" ดีโน่ว่าพลางยื่นช่อดอกกุหลาบที่บรรจงจัดไว้อย่างสวยงามกว่าตรงทางเดินเป็นไหน ๆ ให้กับคนตรงหน้าซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือออกมารับ "สีขาวของดอกกุหลาบแทนความรู้สึกจากใจของฉัน ถึงจะไม่รู้ว่าเคียวยะคิดยังไงก็ตาม แต่แค่ได้พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป ช็อคโกแลตอะไรนั่นก็ไม่จำเป็นแล้วล่ะ"
"นายกำลังบอกว่าจะไม่เอานี่ใช่ไหม" ฮิบาริพูดเสียงเย็น ถุงใส่ช็อคโกแลตถูกโยนลงบนโต๊ะตามอารมณ์เจ้าของ "งั้นก็เชิญเก็บดอกไม้พวกนั้นกลับไปเดี๋ยวนี้เลย"
"นี่มัน..." คนถูกไล่รีบคว้าหนึ่งในบรรดาก้อนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ถูกห่อไว้ลวก ๆ มาแกะออกแทบจะในทันที
ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที... ช็อคโกแลตตามมาตรฐานก้อนน้ำแข็งสากลก็ได้ออกมายลโลกภายนอกอีกครั้ง
"ให้ฉันเหรอเคียวยะ..."
"ใช่ ฉันเคยคิดแบบนั้น" ฮิบาริตอบ "แต่ตอนนี้นายกลับไปได้แล้ว ไม่งั้น... จะขย้ำให้ตาย"
ดีโน่ไม่เพียงเพิกเฉยต่อคำขู่นั้น แต่กลับโยนขนมหวานเข้าไปลิ้มรสในปาก
"อร่อยมากเลยล่ะเคียวยะ"
"ฉันบอก... ให้ไป..."
ภาพใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของอีกฝ่ายเริ่มพร่ามัว...
"เป็นอะไรไปน่ะ... เคียวยะ!!"
ดีโน่รีบลุกมาประคองร่างที่จู่ ๆ ก็วูบลง
"นี่ เคียวยะ!!"
อะไรกัน... แค่หลับไปงั้นหรือ
อาการแบบคนไม่ได้นอนอย่างนี้...
แสดงว่า... ช็อคโกแลตพวกนั้น เคียวยะตั้งใจทำทั้งคืนเลยใช่ไหม
ทั้งที่บอกว่าเป็นเรื่องงี่เง่าแท้ ๆ แต่กลับยังพยายาม...
ต่างจากเขาที่ยอมตัดใจง่าย ๆ
ดีโน่อุ้มร่างที่เข้าสู่ห้วงนิทราวางลงบนโซฟาตัวยาว ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสบนหน้าผากของอีกฝ่าย
"โรมาริโอ้"
"ครับบอส"
"ให้คนเก็บดอกกุหลาบทั้งหมดออกไป..."
ออกคำสั่งพลางลูบไล้เรือนผมสีรัตติกาลอย่างแผ่วเบา พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้
"เหลือไว้แต่ช่อดอกไม้... แทนความรู้สึกของฉัน"
ดอกกุหลาบสีขาว.....
ความรักอันบริสุทธิ์.....
โรมาริโอ้รับคำและเดินจากไป
มือขวาผู้ซื่อสัตย์มักจะคอยคะยั้นคะยอให้เจ้านายของตนรับทราบข่าวสารต่าง ๆ อยู่เสมอ
แต่วันนี้ต่างออกไป...
บอสไม่จำเป็นต้องรู้ว่า...
ความสุขของคนเพียงคนเดียวนั้น ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานของใครหลายคนที่กำลังฉลองวันวาเลนไทน์อยู่บนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาล
บอสไม่จำเป็นต้องสนใจว่า...
กว่าจะมาเป็นช็อคโกแลตที่แสนล้ำค่าเช่นนี้นั้น สถานที่ที่มอบวัตถุดิบธรรมดา ๆ ให้กลับต้องวุ่นวายมากขนาดไหน
รัก....
โรมาริโอ้ตระหนักดีว่าบอสจะไม่ยอมทิ้งคนสำคัญไปจนกว่าจะได้เอ่ยคำ ๆ นั้น
เพราะในบางครั้ง คนที่ฟ้าลิขิตมาให้เคียงคู่ อาจไม่จำเป็นต้องรักกันหวานชื่นเสมอไป...
ยกตัวอย่างเช่น....
คนหนึ่งคนที่เสียเวลาไปเป็นเดือนกับการเรียนทำช็อคโกแลต
กลับทำได้เพียงรูปลักษณ์ที่สวยงาม หาได้มีรสชาติที่หวานล้ำ...
กับอีกคนที่อาศัยความพยายามเพียงชั่วข้ามคืน
ก็สามารถทำช็อคโกแลตที่หวานล้ำ แม้ไม่ได้รูปร่างที่น่าพอใจ...
ทั้งสองจะสามารถเติมเต็มส่วนเสี้ยวที่ขาดหาย
และเป็นความผูกพันที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย
ดังนั้น.....
ไม่ว่าคนสำคัญของบอสจะเป็นเช่นไร...
ขอเพียงใช่คน ๆ เดียวกับที่บอสมอบความรักให้หมดหัวใจ...
แค่นี้......
คน ๆ นั้นก็เหมาะสมกับตำแหน่งนายหญิงแห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่แล้ว
Fin.

สะดุดนายหญิง กร๊ากกก ตายละ~~
#1 By MiSa on 2008-02-13 21:41