[KHR] Fic - - ~ A f f a i r ~ 「D18」 (Lucky Clover)
posted on 05 Apr 2008 14:12 by psychologist-coo
.....Lucky Clover.....
นานกว่าสองชั่วโมงแล้วที่หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนนามิโมริยังคงจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมืออย่างมีความหวัง เข็มบอกเวลาเคลื่อนคล้อยผ่านตัวเลขมาตรฐานสำหรับการเข้าสู่ห้วงนิทรา หากแต่นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับพยายามสลัดความง่วงงุนและเพ่งไปยังรูปที่เจ้าของดวงหน้ายิ้มร่านั่นถือวิสาสะตั้งเป็นภาพพื้นหลังให้เขา
มันยากจะปฏิเสธว่ารอยยิ้มสดใสของบอสแห่งคาบัคโรเน่ช่วยบรรเทาความขุ่นเคืองให้ในทุกทีที่เผลอมอง เช่นเดียวกับที่ไม่อาจปฏิเสธว่าความสมองกลับของม้าพยศตัวหนึ่งนั้นทวีความหงุดหงิดให้ทุกครั้งที่ชื่อของมันโผล่มาในแบบที่เขานึกอยากฆ่าอาจารย์สอนพิเศษของตัวเองนัก ระบบถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอิตาลีเพื่อให้สามารถบันทึกหมายเลขโทรศัพท์เข้าไปได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างความลำบากแก่เจ้าของเครื่องขนาดว่าต้องจำยอมให้คำแทนตัวตนที่แสนน่าอายนั่นเสนอหน้ามาขัดตาอยู่บ่อย ๆ เมื่อเจ้าบอสที่ขาดลูกน้องก็งี่เง่าไม่สามารถปรับกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ดังเดิม
บทเพลงประจำสถาบันบรรเลงขึ้นในยามที่การรอคอยสิ้นสุดลง เสียงจึ้กจั้กในลำคอถูกส่งให้กับนามที่ปรากฏบนนั้น ก่อนที่ปลายนิ้วจะจิ้มปุ่มรับสายแรง ๆ อย่างไม่สบอารมณ์
ทันทีที่แนบหูลง ฮิบาริก็แทบอยากขว้างอุปกรณ์สื่อสารซึ่งเกือบจะไม่ใช่ของเขาแล้ว หากปราศจากเสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคย
"เป็นไง รอนานมั้ย MY SWEET HEART"
"น่าจะตกเครื่องบินตายไปซะให้สิ้นเรื่อง" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตอวยพรย้อนหลังผ่านหูโทรศัพท์เป็นคำขอบคุณที่อุตส่าห์ทวนชื่องี่เง่า แต่ดูเหมือนคนฟังจะเข้าใจไปอีกอย่าง
"อ้ะ เคียวยะอย่าเพิ่งโกรธสิ พอดีมีเรื่องนิดหน่อยระหว่างทาง แต่ยังไงฉันก็รีบโทรหาเคียวยะเป็นคนแรกเลยนะ"
"เหรอ" คำพูดช่วงปลายแผ่วลงเล็กน้อย "ยังครบ 32 อยู่รึเปล่า..."
"อืม... แค่หัวโนนิดหน่อย นอกนั้นก็ปกติดี" โดยเฉพาะหูที่ต้องยอมรับว่าดีมาก ๆ "ต้องขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะเคียวยะ"
"คะ-ใครห่วงกันเล่า!! กะ-กะ-ก็แค่กลัวว่าจะไม่มีคนสู้ด้วยเท่านั้นล่ะน่า!!"
"ถึงอย่างนั้น... ฉันก็ยังดีใจนะ" ดีโน่บอกตามตรง ผิดกับคนที่ปากกับใจไปคนละทางกัน
ถ้าในเวลานี้มีใครสักคนอยู่ใกล้ ๆ คงได้เห็นรอยแดงระเรื่อเจืออยู่บนดวงหน้าของฮิบาริ เหมือนกับลูกน้องคนสนิทที่กำลังมองบอสผู้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับถ้อยคำรัว ๆ แบบเด็กโดนจับผิดได้ของคู่สนทนา
"นี่เคียวยะ พรุ่งนี้ว่างรึเปล่า" ลองหยั่งถามทั้งที่พอจะเดาคำตอบได้อยู่แล้ว
"ถ้าจะสู้ล่ะก็ ยินดีเสมอ"
"ไม่ใช่แบบนั้น" ม้าพยศเกาศีรษะอย่างหน่าย ๆ "ฉันกะจะชวนเคียวยะไปเที่ยวต่างหาก"
"งั้นก็ไม่ต้องโผล่หัวมาเลย" ฮิบาริสวนกลับแทบจะในทันที
และโดยไม่รอคำตอบสำหรับประโยคทิ้งท้ายก่อนสายจะตัดไป คำพูดนั้นจึงถูกนำมาครุ่นคิดตลอดช่วงวลานอนที่เหลือ จากเนื้อความสั้น ๆ ที่รู้กันเพียงสองคนว่า.....
"ยังไงฉันก็จะไปหานะ ที่เก่า... เวลาเดิม..."
................................................................................
บนดาดฟ้าของโรงเรียนนามิโมริมีร่างหนึ่งกำลังยืนรับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ตรากรรมการรักษาระเบียบประดับอยู่ตำแหน่งเดิมเช่นทุกวัน นัยน์ตาเหม่อมองลงไปเบื้องล่างด้วยปรารถนาจะเห็นร่างคุ้นเคยผ่านประตูเข้ามาในบริเวณโรงเรียน
ฮิบาริไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม ทุกคำพูด ทุกการกระทำของคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน จึงมีอิทธิพลเหนือตัวเขามากมายถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยอดทนเฝ้ารอใครนาน ๆ ได้โดยไม่ละเลงเลือดหัวสัตว์กินพืชสักตัว แต่มาบัดนี้เขากลับสามารถปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปได้เสมอหากปลายทางแห่งการรอคอยนั้นมีเจ้าม้าบ้านั่นอยู่
ไม่เคยสักครั้งที่ฝ่ายใดจะมาตรงเวลา... ถึงคนบอกให้รอจะมาสายเป็นประจำ คนที่ถูกบอกให้รอก็ยังมาก่อนเวลานาน ๆ เช่นดังที่ผ่านมาทุกครั้ง
หรือบางที... สิ่งที่จะสามารถไขว่คว้าเมฆาผู้รักอิสระได้ อาจไม่ใช่วัตถุใด ๆ บนฟากฟ้า
"สายไป 15 นาที" แทนคำทายจากคนที่หลุดเข้าไปในห้วงความคิดเนิ่นนานจนเผลอละสายตาจากจุดที่มองอยู่ จนรู้ตัวอีกทีเมื่ออีกฝ่ายใกล้เข้ามาพร้อมคำตอบรับที่ราวกับเพิ่งได้ยินว่าสวัสดีตอนเช้า
"อรุณสวัสดิ์เคียวยะ ไปกันเถอะนะ" ดีโน่ยื่นมือรอให้คว้าเอาไว้อย่างมีความหวัง
ฮิบาริปรายตามองเล็กน้อย ด้วยความไม่เคยสัมผัสกับใครตรง ๆ จึงได้แต่จ้องอยู่แบบนั้น ไม่ยอมขยับไปไหน
"งั้นฟังฉันนะเคียวยะ" มือที่คอยอยู่ตกลู่ลงข้างลำตัว ก่อนเจ้าของมือนั้นจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง "ทั้ง ๆ ที่ต้องกลับออกไป แต่ทำไมฉันถึงนัดเจอกันที่นี่อีก เคียวยะรู้บ้างไหม"
คนถูกถามไม่เคยนึกสงสัย แต่ใช่จะล่วงรู้ถึงเหตุผล ความคิดอ่านของเขาคล้ายถูกสะกดไว้กับสายตาที่ประสานซึ่งกันและกัน ไม่ทันให้คำพูดได้เล็ดลอดผ่านริมฝีปาก เจ้าของคำถามก็ชิงเฉลยปริศนาออกมา
"นั่นก็เพราะม.นามิ... เป็นที่ที่ฉันได้พบกับเคียวยะเป็นครั้งแรก เมื่อใดที่ฉันอยากเจอเคียวยะ ฉันก็จะมาที่นี่ ถึงจะไม่รู้ที่อยู่ของเคียวยะ ฉันก็ตระหนักได้ว่าควรเริ่มต้นตามหาที่ไหน และเท่าที่ฉันรู้... เคียวยะผูกพันกับที่แห่งนี้มากกว่าสิ่งอื่นใด"
ดวงเนตรสีเดียวกับร่างเงาหลุบลงเช่นเดียวกับห้วงคำนึงที่จมลงสู่ความลึกในระดับที่ยากจะหยั่งถึง จนเผลอหลุดคำถามออกไปอย่างไม่รู้ตัว
"ถ้าเป็นแบบนั้น จะยังพาฉันไปที่อื่นอีกหรือ"
ดีโน่ชะงักไปเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความอ้างว้างที่แฝงมากับคำพูดเลื่อนลอยนั่น พลันรู้สึกว่าเขาไม่เคยที่จะมองเห็นเลยสักครั้งว่าจริง ๆ แล้ว เบื้องหลังของความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่เหนือคนอื่น ๆ ตลอดมานั้นเก็บซ่อนความเดียวดายไว้มากกว่าคนที่พร่ำเพ้อตลอดเวลาว่าเหงาเสียอีก อยากโอบกอดให้รับรู้ว่าไม่ได้อยู่ตามลำพังบนโลกใบนี้ แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้ หากฉวยโอกาสในยามที่อีกฝ่ายเผยความอ่อนแอลึก ๆ ออกมาแล้ว คนตรงหน้าอาจปิดใจจากเขาไกลออกไปกว่าระยะที่เริ่มเขยิบเข้าใกล้นี่ก็เป็นได้
สายลมพัดเอาวัตถุเล็ก ๆ ผ่านเข้ามาทำลายความเงียบที่ครอบงำบรรยากาศอยู่นาน คนตัวสูงกว่าคว้าเอาไว้ ในขณะที่คนตัวเล็กกว่าถอนตัวจากห้วงความคิดและมองตามสายตาตื่นเต้นของอีกฝ่าย
"โคลเวอร์สี่แฉกนี่หมายถึงความโชคดีใช่มั้ย"
ฮิบาริไม่ตอบ พยายามประมวลความทรงจำเกี่ยวกับต้นไม้ในโรงเรียนของเขา แต่เมื่อไม่พบว่ามีโคลเวอร์รวมอยู่ในนั้น เรียวขาก็ก้าวฉับ ๆ ไปทางบันได
"จะไปไหนน่ะเคียวยะ!?" ดีโน่รีบเดินตาม จนเผลอปล่อยให้โคลเวอร์ปลิวไปกับสายลมอีกครั้ง
"แล้วชวนฉันมาที่นี่เพื่ออะไร" อีกฝ่ายย้อนถาม แต่ไม่ทันได้ฟังคำตอบ ความสามารถเฉพาะตัวเมื่อไม่มีลูกน้องข้างกายก็ทำงานขึ้น
ดีโน่สะดุดบันไดตั้งแต่ขั้นแรกและเผลอคว้าคอคนที่หลงผิดเข้าไปช่วยจนกลิ้งตกลงบันไดมาด้วยกัน
ความโชคดีอาจเริ่มขึ้นที่นี่ เมื่อคนซุ่มซ่ามหล่นลงมาทับเบาะนุ่ม ๆ ต่างจากอีกคนที่นอกจากแผ่นหลังจะกระแทกพื้นเต็ม ๆ แล้ว ยังต้องรับสัมผัสนุ่มนวลที่ทาบลงมานั่นอีก
นัยน์ตาสีเดียวกับฟากฟ้ายามรัตติกาลเบิกกว้าง ก่อนจะปรือลงเมื่อปลายลิ้นไม่อยู่สุขแทรกผ่านริมฝีปากตนเข้ามา มือที่เตรียมจะผลักร่างเบื้องบนออกกลับต้องเปลี่ยนเป็นยึดลำคอของอีกฝ่ายไว้ ยามที่ลิ้นอุ่นล้วงลึกหาความหอมหวาน เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีคล้ายจะถูกดูดกลืนไปเสียสิ้น
ไม่ว่าการกระทำนี้เรียกว่าอะไร มันได้สร้างความเคลิบเคลิ้มมากกว่าที่ร่างกายจะรับไหว จิตสำนึกซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวจากเกือบทั้งหมดที่เตลิดไปไกลถูกใช้กระตุ้นให้กระแทกทอนฟาเข้าที่ชายโครงของคนตรงหน้า ฮิบาริพยายามกลั่นคำพูดออกมาทั้ง ๆ หอบหายใจถี่
"นี่เป็น... วิธีทรมาน... แบบใหม่... ของพวก... มาเฟีย... รึไง"
ดีโน่ขยับรอยยิ้มให้กับคนที่ยังไม่ประสากับการแสดงออกทางความรัก ก่อนมืออีกข้างที่ไม่ได้กุมชายโครงอยู่จะฉุดร่างของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากัน
"มันอธิบายยากนะ แต่คน ๆ เดียวที่ฉันจะทำแบบนี้ด้วย ก็มีแค่เคียวยะเท่านั้น"
สายตาทั้งคู่สบประสานกันอย่างมีความหมาย ที่คนหนึ่งต้องการสื่อ แต่อีกคนเด็กเกินกว่าจะรับรู้
"อธิบายมาซะ ไม่งั้นจะขย้ำให้ตาย"
ฮิบาริชักทอนฟาออกมาในสภาพพร้อมสังหารโหดอาจารย์สอนพิเศษของตนเสมอหากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ
"อ่ะ-เอ่อ เอาเป็นว่า... ยังไงดีล่ะ"
มือที่กุมพลองสีเงินกระชับขึ้นเรื่อย ๆ สายตามองมาอย่างเค้นคำตอบ จนคนถูกคาดคั้นต้องสารภาพออกมา
"เพราะฉันรักเคียวยะไงถึงได้ทำแบบนั้น"
ทอนฟาค่อย ๆ ห่างออกมา ดวงหน้าเกิดอาการร้อนผ่าวอย่างที่เจ้าตัวไม่ค่อยเข้าใจนัก นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มองลงมาดูจริงจังเกินจะแย้งได้ว่าเอ่ยขึ้นเพียงเล่น ๆ ความเงียบโรยตัวเข้ามาจนได้ยินแม้เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ
"โรมาริโอ้!!"
เสียงร้องเรียกนามบุรุษแว่นที่โผล่มาเพื่อทำลายบรรยากาศโดยแท้ของดีโน่ ทำให้ฮิบาริไม่ลังเลที่จะฟาดทอนฟาใส่กบาลต้นเหตุแห่งความสับสนในจิตใจและแถมให้คนขัดจังหวะอีกหนึ่งที ก่อนจะเดินนำออกไปให้สองคนที่กำลังตรวจความผิดปกติของสมองมองตามด้วยความแปลกใจและไม่วายหันหลังกลับมาต่อว่า
"ชักช้าอยู่ได้ จะไปไหนก็รีบไปซะทีสิ!!"
บอสแห่งคาบัคโรเน่ขยับรอยยิ้ม แล้วรีบตามร่างที่ห่างออกไปให้ทัน แม้ศีรษะจะยังระบมกับการถูกของแข็งกระแทก แต่ระบบความคิดก็ยังสามารถใช้ประมวลผลได้เป็นอย่างดีเมื่อมีลูกน้องอยู่ใกล้ ๆ แผนการมากมายวนเวียนมาเป็นตัวเลือก แต่ทั้งหมดก็เพื่อจุดประสงค์เดียว
................................................................................
เท่าที่แต่งในกระดาษเมื่อครั้งโดนขังอยู่ในบ้านคนเดียวก็มีอยู่แค่นี้ล่ะครับ
ติชมกันได้ตามสบาย และขอทราบความเห็นเล็กน้อย
พิมพ์ 1 หากทั่นคิดว่า "ห่วยแตก" "งี่เง่า" "ปัญญาอ่อน" ตัดจบไปเลย อย่าเสนอหน้ามาต่ออีก
พิมพ์ 2 หากทั่นคิดว่าควรจะแปะ TBC เอาไว้ แล้วไปแต่งต่อซะดี ๆ
me/ กลับไปสุมหัวเรื่องก่อตั้งสมาคมคนรัก D18

#1 By CHIIYO +~แม่ชีลัทธิ Otaku~+ on 2008-04-05 16:00