[HQ!!] Oneshot - - Master... 「OiKage」

posted on 15 Mar 2015 16:46 by psychologist-coo

 

 

 

 

               เพราะอายุมากขึ้นรึเปล่านะ ถึงได้คิดเรื่องซับซ้อนอย่างพรสวรรค์ขึ้นมา แต่คนเราจะสูญเสียสิ่งที่ไม่เคยมีไปได้อย่างไรกันล่ะ

 

 

               ข้างต้นไม่ใช่เนื้อหาฟิคนะคะ แค่ช่วงนี้สงสัยขึ้นมาเฉยๆ แล้วก็สรุปได้ว่า แฟนฟิคชั่นนั้นเป็นสิ่งที่เขียนขึ้นเพราะอยากเขียน มากกว่าสิ่งที่เขียนขึ้นเพราะอยากให้คนอ่านค่ะ (อ้าว..) คือไม่ใช่ไม่ง้อคนอ่าน แต่หลายๆเรื่องรอบตัวทำให้รู้สึกว่า ‘ถ้าขนาดตัวเองยังชอบไม่ลง หาข้อดีไม่ได้ แล้วจะให้คนอื่นมาชอบนั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอก’ ประมาณนั้นน่ะค่ะ

 

 

               ฟังดูปลงกับชีวิตอยู่หน่อยๆเหมือนกันแฮะ

 

 

 

               พักหลังนี้ไม่ค่อยได้สครีมอะไรจริงจังเท่าไหร่ค่ะ ทั้งที่มีเรื่องที่อยากบอกให้โลกรู้ว่า ฉันฟินมากกก หลายอย่างเลย จะว่าไม่มีแนวร่วมก็ไม่เชิง แค่รู้สึกว่าการเรียบเรียงคำพูดมันทำได้ยากขึ้น ทั้งที่สื่อโซเชียลสมัยนี้ทำให้อะไรหลายอย่างสะดวกขึ้นแท้ๆ

 

 

 

               มาเข้าเรื่องโออิคาเงกันเถอะค่ะ!

 

 

               คู่นี้คือฟีล‘ทั้งรักและทั้งเกลียด’มันท่วมท้น

 

 

               BGM : ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง ถึงจะอยากเกลียดเธอแทบตาย ได้แต่เก็บมันข้างใน แล้วก็เจ็บใจตัวฉันเอง ~ ♬

 

 

                โออิคาวะซังนี่นอกจากหล่อแล้วก็ไม่มีข้อดีอย่างอื่น (เดี๋ยว..)

 

 

                แต่โทบิโอะจังคือน่ารักมากกกกกกกกกกกกกก อยากจะเติม ก ไก่ สักล้านตัว

 

 

                โมเอ้กับความซื่อบริสุทธิ์ ดาเมจกับความชื่นชมตรงไปตรงมาอย่างไม่ปิดบัง แล้วก็อีกหลายๆอย่างเลยค่ะ!

 

 

                แอบสงสัยเหมือนกันว่าถ้าโทบิโอะจังไม่โดนผลักใสไล่ส่ง แต่โออิคาวะซังเปลี่ยนมาเอ็นดูแทนเนี่ย เนื้อเรื่องจะเป็นแบบไหนกันนะ

 

 

               อาจยังต้องมาทนกับความซื่อบื้อของโทบิโอะจังจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้ (ฮา)

 

 

 

...................

Title : Master…

Pairing : Oikawa x Kageyama

Rating : PG-18

Warning : เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวตอนนี้ จึงออกมาเสื่อม รั่ว และโออิคาวะซังมาดหลุดค่ะ (ฟีลดราม่าไม่มาจริงๆ ;w;)

...................

 

 

 

 

 

               โออิคาวะ โทโอรุ เด็กหนุ่มนักกีฬาสุขภาพดี กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต เมื่อนักแสดงหนังสำหรับผู้ใหญ่หน้าตาจิ้มลิ้ม หน้าอกโต กำลังถูกเล้าโลมให้เห็นตรงหน้า และเสียงครางกระเส่านั้นก็สะท้อนก้องในเฮดโฟนราวกับไปนั่งดูอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่เป็นดีวีดีแผ่นเดิมที่ใช้ซ้ำๆมาตั้งแต่ครั้งแตกเนื้อหนุ่ม แต่ผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า...

 

 

               เจ้าหนอนชาเขียวก็ยังเหี่ยวอยู่..

 

 

               เขาไม่รู้สึกถึงแรงกระตุ้นใดๆเลย...

 

 

               ไม่ว่าลองขยับมือด้วยท่วงท่าพิสดารแค่ไหน สไลด์หมอนข้าง สร้างรูจากอุปกรณ์ใกล้ตัว จะอะไรก็ไม่ทำให้ตื่นตัวขึ้นมาสักนิด

 

 

               พยายามอยู่เกือบชั่วโมงก็จำต้องยอมแพ้ ปิดคอม โยนหูฟังทิ้ง นอนแผ่กับเตียง มองไปช่วงล่างพลางทอดถอนใจ

 

 

               นี่เรามาได้แค่นี้เองหรือ...

 

 

                เพียงช่วงอายุเท่านี้ก็มีอาการซะแล้ว ไม่แคล้วเป็นสถิติโลกแน่ๆ ยังใหม่สดซิง แต่ยิงใครไม่ได้ ไม่สิ... นี่มันก่อร่างสร้างป้อมยิงยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สาวใดรู้เข้า เราคงต้องบอกลาความฮอตที่เคยมีมา

 

 

                ไม่! นี่มันยังไม่แน่นอนเสียหน่อย

 

 

                ไปโรงพยาบาลดีมั้ย หรือโทรหาอิวะจังดี...

 

 

                แต่จะบอกว่าอะไรล่ะ “คุณหมอครับนกเขาไม่ขัน”? “อิวะจัง ฉันมันสิ้นหวังกับความเป็นชายแล้ว”?

 

 

                ช่างฟังดูอัปยศอดสู...

 

 

                “ให้ตายเถอะ...” เขาเจาะจงตัดพ้อกับอวัยวะบางส่วนที่ยังเปิดให้ลมโกรก “ทำไมถึงได้ไม่มีชีวิตชีวาขนาดนั้นนะ ตอนไปแหย่เด็กบื้อนั่นก็ยังร่าเริงดีแท้ๆ”

 

 

                เด็กบื้อ...

 

                อัจฉริยะที่ไม่ต้องพยายาม แต่เรื่องอื่นนอกจากวอลเล่ย์บอลกลับซื่อไม่รู้ความ

 

 

                ใบหน้าอ่อนเยาว์กลมขาวแต่งแต้มด้วยสีแดงก่ำ ดวงตาโตที่เคยช้อนมองเหมือนเว้าวอนเสมอนั้นรื้นฉ่ำไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากเผยอออกยามเจ้าตัวหอบหายใจ แผ่นอกขาวเนียนกระเพื่อมดันเนินเนื้อสีชมพูขึ้นลงสะดุดสายตา และของเหลวขุ่นข้นที่อาบเปรอะไปทั่ว...

 

 

 

                ไม่เข้าใจว่าเหตุใดภาพนั้นจึงปรากฏชัดเจนขึ้นมาในหัว

 

 

                แต่ที่รู้อย่างหนึ่งก็คือ...

 

 

 

 

               มันทำให้ โออิคาวะ โทโอรุ กลับมาผงาดอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

...................

 

 

 

 

 

 

               เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นเมื่อราวๆอาทิตย์ก่อน...

               

 

              เป็นเวลาที่เหล่าสมาชิกชมรมทยอยกลับบ้านหลังจบการฝึกซ้อมอันหนักหน่วง ยกเว้นเขากับรุ่นน้องอีกคนที่ถูกลงโทษให้มานั่งเช็ดลูกวอลเล่ย์ทั้งหมดในโรงยิม โทษฐานนั่งเล่นโทรศัพท์กับหลับระหว่างฟังโค้ชร่ายยาวก่อนการซ้อมวันนี้ ซึ่งกรณีแอบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คโน่นนี่แบบเขาก็มีอยู่บ่อย แต่คนที่ใจกล้านั่งหลับได้หน้าตาเฉยคงมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น

 

 

                “โทบิโอะจัง..”

 

 

                เขานั่งขัดสมาธิเท้าคาง วางผ้าไว้ข้างตัวเฉยๆ ระหว่างจับจ้องเด็กน้อยที่นั่งขัดลูกวอลเล่ย์อย่างตั้งอกตั้งใจราวกับไม่มีสิ่งอื่นในโลกให้สนใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

 

              ไม่ใส่ใจกระทั่งความจริงที่ว่าเจ้าตัวทำความสะอาดลูกวอลเล่ย์ได้สักสามหรือสี่เท่าของเขาแล้วด้วยน่ะนะ...

 

 

              “นี่ เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอ”

 

 

              “ครับ?” รุ่นน้องหันมาตอนหยิบอีกลูกขึ้นมาเช็ดต่อ ท่าทางจะไม่ทันฟังคำถามของเขา

 

 

              “ถามว่าเมื่อคืนนอนไม่พอใช่ไหม แล้วไม่ได้หลับตั้งแต่ในคาบเรียนหรอกเหรอ” เห็นว่าดวงตากลมโตของอีกฝ่ายจ้องมองเขานิ่ง จึงได้หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดลูกวอลเล่ย์แก้เก้อ “ถึงได้มาหลับเอาตอนโค้ชบ่นน่ะ”

 

 

              คนถูกถามกระพริบตาปริบๆ

 

 

              “ก็ตั้งใจจะหลับในคาบแหละครับ แต่ได้ไม่นานก็ถูกไล่ไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้อง คิดว่าน่าจะพออดทนได้จนกว่าจะกลับไปถึงบ้าน แต่ได้ยินเสียงโค้ชก็ง่วงขึ้นมาอีกน่ะครับ”

 

 

              นอกจากเรื่องวอลเล่ย์บอล เขาก็เพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายเจื้อยแจ้วแบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ อันที่จริงคงเป็นเพราะเขากับอีกฝ่ายเพิ่งเคยได้มานั่งคุยกันสงบๆโดยไม่มีประเด็นสอนเสิร์ฟมาเริ่มให้หงุดหงิดแต่ต้นล่ะนะ

 

 

              “ที่โค้ชบ่นมันน่าเบื่อเกินไปจริงๆ” เขาเองยังแอบหาวไปหลายรอบ “แต่ก็ไม่น่าจะง่วงหนักขนาดหลับไปได้นี่นา อย่าบอกว่าไม่ได้นอนทั้งคืนเลยนะ?”

 

 

              ไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วง แค่หาเรื่องชวนคุยฆ่าเวลาเท่านั้น

 

 

              “ไม่ได้นอนเลยครับ” อีกฝ่ายนิ่วหน้าเหมือนใช้ความคิด “แต่ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่โออิคาวะซังเข้าใจ...”

 

 

              สบประมาทรุ่นพี่อีก เดี๋ยวเถอะ...

 

 

              “ฉันไม่ใช่อัจฉริยะนี่เนอะ” เช็ดบอลไปพลางๆ ไม่ได้ตั้งใจใส่อารมณ์ในคำพูดอะไร ก็มันเหมือนประโยคติดปากของเขาไปแล้วตั้งแต่เด็กคนนี้เข้าชมรมมา

 

 

              “ไอจะตายก็ไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ครับ” โทบิโอะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเขาเผลอทำลูกวอลเล่ย์หลุดมือกลิ้งไปไกล

 

 

              “อะไรตายนะ”

 

 

              คนถูกถามเอียงคอมองกลับมา

 

 

              “ไอจะตายครับ คนที่คิดทฤษฎีสามพันตะพาบ

 

 

              “ห๊ะ” ทฤษฎีอะไรนั่นเป็นญาติกับเต่าเรอะ!!

 

 

              เขาทำบอลหลุดมืออีกรอบ

 

 

              “ไอน์สไตน์มาเกี่ยวอะไรด้วย”

 

 

              เด็กอายุน้อยกว่าเริ่มมุ่นคิ้ว คงสงสัยว่าทำไมเขาที่น่าจะเรียนมาก่อนถึงได้ไม่เข้าใจ

 

 

              “ก็คนนั้นเป็นอัจฉริยะนี่ครับ แล้วก็เป็นคนคิดสามพันตะพา--”

 

 

              “สัมพันธภาพ!” เป็นครั้งแรกที่เขาอยากเอาหัวโขกลูกวอลเล่ย์ตาย

 

 

              “ไม่เหมือนกันเหรอครับ” คนฟังกลับมาทำตาปริบๆอีกครั้ง

 

 

              “ไม่เหมือนเลยสักนิด!!”

 

 

              และเส้นแบ่งระหว่างอัจฉริยะกับคนซื่อบื้อนั้น... มันก็ไม่เคยมี!

 

 

              “แล้วทำไมโทบิโอะจัง(ที่แต่ไหนแต่ไรก็หายใจเข้าออกเป็นวอลเล่ย์)ถึงได้สนใจวิทยาศาสตร์ได้ล่ะ” เขาพยายามสงบสติอารมณ์ ตั้งใจฟังต่อ พยายามจะไม่พูดขัดขึ้นอีก

 

 

              “ผมคิดว่าตัวเองน่าจะป่วยครับ”

 

 

              ป่วยเป็นโรคซื่อบื้อระยะสุดท้ายแล้วน่ะสิ!!

 

 

              แล้วป่วยกับไอน์สไตน์มันไปเชื่อมโยงกันได้ตรงไหน... ป่วยเป็นโรคคลั่งวิทย์ทั้งที่ E=mc กำลังสอง คืออะไรก็ยังไม่เข้าใจน่ะเรอะ!!?

 

 

              เมื่อเห็นรุ่นพี่ของตนไม่ขัดอะไร จึงอธิบายต่อ “อาการนี้ผมคุ้นๆว่าเคยได้ยินอาจารย์พูดในชั่วโมงสามพันๆอะไรสักอย่าง”

 

 

              อ้อ.. ก็เลยไปค้นทฤษฎีสัมพันธภาพ เด็กฉลาดชาติเจริญก็เงี้ย

 

 

              แต่ไม่ได้ทำให้เข้าใจอะไรขึ้นมาเลยว้อยยยยยยยยยยย!!

 

 

              “ผมคิดไปเองหรือเปล่าครับว่าหน้าโออิคาวะซังเหมือนอยากไปเข้าห้องน้ำ”

 

 

              เอาคำว่าหน้าปวดขี้มาปาใส่กันเลยเถอะ!

 

 

              “ฉันกำลังตั้งใจฟังไง ใช้สมาธิสุดๆไปเลยนะ” กัดฟันบอก “แล้วอาการที่ว่านี่เป็นยังไงเหรอ”

 

 

              ขณะที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างเขาโง่เองที่ฟังอีกฝ่ายไม่เข้าใจหรืออีกฝ่ายโง่เกินไปที่ไม่สามารถสื่อสารกับมนุษย์อื่นรู้เรื่อง หรือจริงๆแล้วเขาโง่เองที่เริ่มต้นชวนรุ่นน้องซื่อบื้อคนนี้คุย จู่ๆก็สังเกตว่าใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นมีสีระเรื่อขึ้นมา

 

 

              ดูเหมือนจะถามได้ตรงเป้าล่ะนะ...

 

 

              “มะ...มันขะ—ขะ—ขยายขึ้นครับ แล้วผมไม่รู้ว่า... เอ่อ... ตะ—ต้องทำยังไง...”

 

 

              ดูเหมือนจะถามได้ตรงเป้าจริงๆ

 

 

              “งั้นเหรอ” เขารับคำด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่ได้เยาะเย้ยถากถาง หรือเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ที่อีกฝ่ายพูดแทบไม่ดังเกินเสียงกระซิบแบบนี้คงอายมาก และที่สำคัญเขาเองก็เป็นผู้ชาย จะเอาเรื่องนี้มากลั่นแกล้งรุ่นน้องอัจฉริยะที่น่าหมั่นไส้มันก็ออกจะ...

 

 

              น่าสนุกไปหน่อย

 

 

              “มันก็มีเรื่องที่อัจฉริยะตอบไม่ได้อยู่จริงๆล่ะนะ” พยายามตีหน้าตายอย่างสุดกู่และสวมหน้ากากผู้รู้วิชา “เพราะที่ไอน์สไตน์คิดค้นคือทฤษฎีสัมพันธภาพ ไม่ใช่บทเรียนเรื่องเพศสัมพันธ์น่ะ”

 

 

              “เพศสัมพันธ์..เหรอครับ”

 

 

              เขาคิดว่ารุ่นน้องตนอาจป่วยเป็นโรคคอเอียงที่อาการกำเริบทุกครั้งเมื่อเกิดความสงสัยใคร่รู้

 

 

              “เป็นเนื้อหาที่ฉันทำข้อสอบได้เต็มทุกครั้งเลยนะ”

 

 

              นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ส่องประกายชื่นชมเหมือนตอนเห็นเขาเสิร์ฟลูกได้อย่างสวยงาม

 

 

              “ฉันรู้วิธีรักษาอาการที่โทบิโอะจังว่านา”

 

 

              พอล่อลวงไปแบบนั้น คนฟังก็ทำหน้ามุ่ยใช้ความคิดอย่างหนัก คงเหมือนถูกเอาแกงกะหรี่ไข่ลวกมายั่วกันตอนกำลังหิว แต่คนที่ถือจานอยู่ดันเป็นรุ่นพี่ที่ชอบแกล้ง ประชดประชัน แถมยังไม่เคยสอนสิ่งที่ขอเลยสักครั้ง

 

             ก็ถ้าสอนไปแล้ว จะไม่มีสายตาคู่นั้นมาช้อนมองน่ะสิ...

 

 

              แต่กับเรื่องนี้มันไม่เหมือนกันหรอกนะ

 

 

              “ว่าไงล่ะ หรือว่า... มีวิธีแก้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว?” แอบหยอดต่อ ก็อยากจะรู้เหมือนกันแฮะ ว่าเด็กบื้อแบบนี้จะจัดการสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจยังไง

 

 

              คงไม่ใช่ว่า...

 

 

              “ทนเอาครับ”

 

 

              ทนเอาเรอะ!!

 

 

              “แต่ผมไม่คิดว่ามันจะใช่ทางแก้ที่ถูกต้องเท่าไหร่”

 

 

              “ก็ไม่ใช่น่ะสิเจ้าเด็กบ้า!” ผู้รู้แทบสติแตก

 

 

              จะโง่ก็ช่วยโง่ให้มีขอบเขตบ้างเถอะ... ขอร้องล่ะ

 

 

              “สอนให้เอามั้ย” ยอมจริงๆเรื่องนี้ ถ้าถึงขั้นออกนอกญี่ปุ่นไปหาไอน์สไตน์ได้ คงไม่กลับเข้าร่องเข้ารอยง่ายๆแน่

 

 

              “สอนเสิร์ฟเหรอครับ” คนฟังถึงกับตาใสเป็นประกายขึ้นมา

 

 

              “ไม่ต้องมาเนียนเลย” เขายีหัวอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ โยนลูกวอลเล่ย์ไปกองๆรวมกับส่วนที่เช็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขยับเข้าไปใกล้เด็กน้อย พร้อมกล่าวประโยคที่เลือกเฟ้นมาแล้วว่าดูล่วงละเมิดทางเพศน้อยที่สุด

 

 

 

 

              “ถอดกางเกงซะ”

 

 

 

              เงาของเขาทอดทับอีกร่างเหมือนคุกคาม คนเป็นรุ่นน้องทำหน้าตื่นกลัวเหมือนพร้อมจะวิ่งหนี

 

 

              “ไม่ถอดไม่ได้เหรอครับ...”

 

 

 

              “จะถอดเองหรืออยากให้ฉันเป็นคนทำ”

 

 

 

              โทบิโอะชะงักไป

 

 

              “โออิคาวะซังก็ป่วยเหมือนกันเหรอครับ”

 

 

              “อะไรนะ!?”

 

 

              “ก็คุณบอกว่าจะทำให้ดู... ให้ฉันเป็นคนทำ?”

 

 

              โอเค ฉันผิดเอง ที่ดูดีมากไป

 

 

              แต่การโชว์ของใหญ่ให้โลกตะลึงทำให้เด็กใสซื่ออย่างโทบิโอะจังได้อายเนี่ย คิดๆดูมันก็น่าสนุกไปอีกแบบ

 

 

              “งั้นก็ได้ ท่านโออิคาวะคนนี้จะแสดงความสามารถให้ดูเอง อย่าหลบตาซะล่ะ”

 

 

 

 

              เชื่อฟัง... เกินไป

 

 

              เล่นจ้องตาแป๋วตลอดแบบนี้

 

 

              มันก็กลายเป็นเขาที่เป็นฝ่ายหน้าชาเองสิฟะ!

 

 

 

              ถึงเด็กคนนี้จะตั้งอกตั้งใจเอาจริงกับเรื่องที่สนใจมาแต่ไหนแต่ไรก็เถอะ แต่พอมาก้มหน้าใกล้ๆส่วนอันตรายแบบนั้น...

 

 

              “มันกำลังขยายตัวขึ้นจริงๆด้วยนะครับ เหลือเชื่อเลย”

 

 

              ก็ลมหายใจนายมันลงมากระทบนี่เฟ้ย!!

 

 

              แล้วไอ้ที่เหลือเชื่อน่ะมันคือเรื่องที่เด็กอัจฉริยะคนหนึ่งเห็นของธรรมชาติพวกนี้เป็นเรื่องไม่ธรรมดาต่างหากเล่า!!

 

 

              “มีขนด้วยล่ะครับ” อย่ามากระพริบตาปริบๆใส่ตรงนั้นได้มั้ย! แล้วทำไมต้องทำท่าเหมือนอยากยื่นมือไปจับขนาดนั้น!! นายก็มีไอ้แท่งนี่เหมือนกันไม่ใช่เรอะ!! มันแปลกตรงไหนห๊าา!!!? “อยากไปห้องน้ำอีกแล้วเหรอครับ”

 

 

              ที่หน้าฉันเป็นแบบนี้เพราะเครียดว้อย! ไม่ใช่ปวดท้อง!!

 

 

              “เอามือจับแบบนี้...” เขาสงบสติอารมณ์รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ตั้งแต่อยู่สองต่อสองกับเด็กคนนี้ “แล้วก็รูดขึ้นลง”

 

 

              โทบิโอะตั้งใจดูเงียบๆ เขาเองก็หลับตา พยายามนึกถึงหน้านางเอกหนังของผู้ใหญ่ แต่เมื่อมองไม่เห็น เสียงลมหายใจของคนสองคนก็เหมือนจะยิ่งดังขึ้น กลิ่นลูกวอลเล่ย์และกลิ่นหอมอ่อนๆบางอย่างแตะจมูกมากเข้าทุกที

 

 

              แล้วเขาก็ไม่เห็นหญิงสาวในมโนภาพอีกต่อไป...

 

 

              เขาคลายมือออก อาการปวดตุบตรงส่วนนั้นยังมี แต่คงไม่ดีแน่หากปล่อยให้เสียงหายใจและกลิ่นหอมอ่อนๆตรงหน้าเป็นตัวปลุกเร้า

 

 

              แล้วจู่ๆอะไรบางอย่างที่เนียนนุ่มก็เข้ามาแทนที่มือของเขา

 

 

              “อื้อ...โทบิโอะจัง?”

 

 

              ริมฝีปากนั้นละมุนเหมือนสัมผัสของมาร์ชเมลโล่

 

 

              เด็กอัจฉริยะที่ทะเยอทะยานอยากรู้ช่างน่ากลัวจริงๆ...

 

 

 

 

              โดยเฉพาะ

 

 

 

 

              เมื่อจู่ๆก็หลับแล้วล้มลงกลางเป้าพอดิบพอดี...

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฆ่าทิ้งหมกโรงยิมซะดีมั้ย

 

 

 

 

 

                ไม่สิ... ตำแหน่งนี้ให้ทำอย่างอื่นน่าจะเหมาะกว่า

 

 

 

 

                “โทบิโอะจัง จากนี้จะสอนให้อย่างละเอียดเลยนะ...

 

 

 

 

                ถึงความแตกต่างระหว่าง

 

 

 

                อัจฉริยะเรื่องเซ็ต

 

 

                กับอัจฉริยะเรื่องเซ็

 

 

 

 

...................

 

OMAKE

 

 

Oi : ถามจริงเถอะ ครั้งแรกที่ตรงนั้นของโทบิโอะขยายขึ้นน่ะ กำลังคิดถึงใครอยู่เหรอ

 

Kage : เอ่อ... นักวอลเล่ย์สักคนมั้งครับ จำไม่ค่อยได้แล้ว

 

Oi : ห๊ะ อะไรนะ!!?

 

Kage : ก็ตอนนั้นอ่านหนังสือเกี่ยวกับวอลเล่ย์อยู่ แล้วเผลอทำหล่น...

 

Oi : ใส่ไอ้นั่นเนี่ยนะ

 

Kage : ครับ มันก็เลยบวมเป่งขึ้นมา

 

Oi : ...................

 

Kage : ทำหน้าแบบนั้นอยากไปเข้าห้องน้ำเหรอครับ

 

Oi : ไม่ได้ปวดท้อง แต่ปวดหัวเฟ้ย เจ้าเด็กบ้า!!

 

 

 

...................

 

 

ปล.ตัวคั่นมี 19 จุดล่ะ นับดูได้นะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

นี่มันฮาไดใจมากอ่ะ ชอบๆ โทบิโอะอะไรจะโง่ เอ้ย!! ซื่อได้ขนาดนั้น แล้วโออิคาวานี่ก็ไม่ค่อยฉวยโอกาสเลยนะ แต่งไดสนุกมากค่า😛

#8 By Zorn (171.5.251.75|171.5.251.75) on 2015-04-28 18:20

โอ้ย คือขำมาก ขำาาาาาา 5555
โทบิโอะก็...ก็สมกับเป็นโทบิโอะ
ขำอะ ออกนอกญี่ปุ่นข้ามทวีปไปไกลเลย
โออิเเน่ใจนะว่าเชี่ยวเรื่องนี้ ไม่ใช่ยังไม่สด เเถมยังไม่เคยยิงประตูใครหรอกหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

#7 By Kinjuu on 2015-03-16 23:05

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แม่จ๋าาาาาาาา โอ๊ยยยยยยยยยยย ลูกปวดท้องงงงงงงงงงงงงงงงง ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
cry cry cry cry cry cry cry

#6 By fukaze on 2015-03-15 21:51

ขำจนปวดท้อง โออิแม่มโคตรแย่ยยยยย 5555555555 โทบิโอะจังจะซื่อไปไหน ซื่อเกินไปแล้ว นี่มันซื่อบื้อแล้ว!!
ปล.กษัยคุงยังคงสมเป็นกษัยคุงอยู่วันยังค่ำ กร๊ากกกกกก

#5 By freyachan on 2015-03-15 20:58

55555555555555 คืออ่านแล้วลั่นเลยค่ะ โอ้ย ทำไมจู่ๆก็รู้สึกสงสารโออิคาวะซังแบบนี้ แง
เด็กบ้าจะซื่อบื้อก็มีขอบเขตกันบ้างสิ 5555555555555555555+ โอ๊ย ฮาจริงๆ cry cry cry

#4 By Diletto_H on 2015-03-15 19:38

55555555555555 คืออ่านแล้วลั่นเลยค่ะ โอ้ย ทำไมจู่ๆก็รู้สึกสงสารโออิคาวะซังแบบนี้ แง
เด็กบ้าจะซื่อบื้อก็มีขอบเขตกันบ้างสิ 5555555555555555555+ โอ๊ย ฮาจริงๆ cry cry cry

#3 By Diletto_H on 2015-03-15 19:37

ขอขำก่อนค่ะ 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
โออิแย่อะ แย่ๆๆ แย่มาก กร๊ากกกกก ไม่รู้จะเชียร์ให้ทำหรือให้หนอนชาเขียวโออิเหี่ยวไปซะดี นายสอนอะไรเด็กเนี่ยยยยยยยยย แถมยังสอนน่าเบื่อจนเด็กหลับได้อีก ก๊ากกกกกกก

#2 By [[noinamon]] ~ [[Shin Seijurou]] on 2015-03-15 19:36

ต้องเปิดคอมมาเม้น ฮาไม่ไหวแล้วค่ะ นั่งอ่านไปหัวเราะไปเหมือนคนบ้าเลย กร๊ากก
โออี่ยยย นายสอนอะไรให้เด็กซื่อน่ะห๊าาาา โทบิโอะหนูก็จะซื่อบื้อไปแล้วนะลูกแม่ ตะพาบอะไร ไอจะตายอะไร ไม่ไหวแล้วค่ะ 5555555
กดไลค์ฟิคนี้ 19 ล้านครั้ง ชอบมากจริงๆค่ะโออิกากๆแบบนี้ ฟฟฟฟฟฟฟ
อนาคตหนอนชาเขียวของนายอยู่ในมือโทบิโอะแล้วนะโออิคาวะซัง!!!

#1 By -Urius- on 2015-03-15 19:30